ลานีญา
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ลานีญา เป็นปรากฏการณ์ที่ตรงข้ามกับเอลนีโญ คือ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณเส้นศูนย์สูตรในมหาสมุทรแปซิฟิกกลางและตะวันออกมี ค่าต่ำกว่าปกติ ทั้งนี้เนื่องจากลมค้า (trade wind) ตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดอยู่เป็นประจำในแปซิฟิกเขตร้อนทางซีกโลกใต้ (ละติจูด 0.03 องศาใต้) มีกำลังแรงกว่าปกติ จึงพัดพาผิวน้ำทะเลที่อุ่นจากแปซิฟิกเขตร้อนตะวันออก (บริเวณฝั่งเอกวาดอร์ เปรู และชิลีตอนเหนือ) ไปสะสมอยู่ทางแปซิฟิกเขตร้อนตะวันตก (บริเวณชายฝั่งอินโดนีเซียและออสเตรเลีย) มากยิ่งขึ้น จึงทำให้ทางแปซิฟิกเขตร้อนตะวันตกซึ่งแต่เดิมมีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลและระดับ น้ำทะเลสูงกว่าทางแปซิฟิกเขตร้อนตะวันออกอยู่แล้ว กลับยิ่งมีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลและระดับน้ำทะเลสูงกว่าทางแปซิฟิกเขตร้อนตะวัน ออกมากยิ่งขึ้นไปอีก มีผลทำให้ทางแปซิฟิกเขตร้อนตะวันตกมีปริมาณฝนมากขึ้น ขณะที่ทางแปซิฟิกเขตร้อนตะวันออกจะมีความแห้งแล้งรุนแรงมากขึ้นเช่นกัน
.
ปรากฏการณ์ลานีญาจะเกิดโดยเฉลี่ย 5 – 6 ปี ต่อครั้ง และแต่ละครั้งกินเวลานานประมาณ 1 ปี
บริเวณที่มีผลกระทบทำให้มีปริมาณฝนมากกว่าปกติได้แก่ประเทศอินโดนีเซีย ออสเตรเลียตอนเหนือ ฟิลิปปินส์ อินเดียตอนเหนือ ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกา และด้านตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้ ส่วนบริเวณที่มีผลกระทบแต่ทำให้มีปริมาณฝนน้อยกว่าปกติ ได้แก่ ประเทศชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้ ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา บราซิลตอนใต้ ถึงตอนกลางของประเทศอาร์เจน-ตินา
สำหรับประเทศไทยนั้น ผลกระทบขนาดรุนแรงที่มีต่อฝนและอุณหภูมิใน 3 ฤดู ฝ่ายวิชาการภูมิอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่า
“ฤดูฝนปีที่เกิดลานีญา (มิ.ย. – ต.ค.) ฝนจะสูงกว่าปกติเว้นแต่ทางบริเวณของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีฝนอยู่ใน เกณฑ์ต่ำกว่าปรกติ
ฤดูหนาวปลายปีที่เกิด – ต้นปีหลังเกิดลานีญา (พ.ย. – ก.พ.) ทั่วประเทศจะมีอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ สำหรับฝนในฤดูหนาวของประเทศตอนบนมีอุณหภูมิในเกณฑ์ต่ำกว่าปรกติ เว้นแต่ตามบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกที่จะมีฝนสูงกว่าปกติ และฝนในภาคใต้ทั้ง 2 ฝั่งในครึ่งแรกของฤดู (พ.ย. – ธ.ค.) จะมีฝนสูงกว่าปรกติ แต่ฝนจะลดลงในครึ่งหลังของฤดู (ม.ค. – ก.พ.) โดยอาจจะมีฝนอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าปรกติ
ฤดูร้อนปีหลังเกิดลานีญา (มี.ค. – พ.ค.) ทั่วประเทศจะมีอุณหภูมิต่ำกว่าปกติทั่วประเทศ และจะมีฝนตกลงมาบ้าง อยู่ในเกณฑ์สูงกว่าปรกติทั่วประเทศซึ่งจะทำให้อากาศไม่ร้อนมาก”
เมื่อวิเคราะห์จากผลกระทบของการมาของลานีญาแล้วประเทศไทยจะมีฝนในปริมาณ ที่สูงกว่าปรกติ และหากสาวน้อยนางนี้พาลมพายุซึ่งเป็นบริวารติดสอยห้อยตามนำฝนมาตกเหนือ เขื่อนทุกเขื่อนที่น้ำกำลังเหือดแห้งให้เต็มเขื่อนแล้วรีบพากันจากไป ก็จะเป็นคุณแก่ประเทศไทยอย่างมาก แต่ถ้าบรรดาบริวารทั้งหลายพาฝนมาเทใต้เขื่อนและยังอ้อยอิ่งหลงไหลกับประเทศ ไทยแดนมหัศจรรย์วนเวียนเข้ามาไม่หยุดแล้ว คนไทยคงต้องจมน้ำกันอีกครั้งเป็นแน่
บ้านดงม่วง
เกี่ยวกับฉัน
ผู้ติดตาม
วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
นานาสาระ(เรื่องที่สนใจ)
เดิมตัวรถเป็น Sonic รุ่นแรกทำการตกแต่งเปลี่ยน แฟริ่งใหม่ทั้งคันแต่ยังคงเปิดโชว์โครงรถที่ทำมาเป็นสีแดงสดตัดกับตัวแฟริ่ง ที่ทำลายกราฟฟิคพื้นสีทอง อุปกรณ์ตกแต่งยกกันใส่ไม่ว่าจะป็นปั๊มลอย คาร์ลิปเปอร์ 4 พอท จานโต 300 mm. มาคุ่กับล้อทองหน้าหลัง กระบอกโช้คหน้าเปลี่ยนใหม่เป็นแบบ ZX สีทองหัวโช้คสีดำเพื่อความดุดัน ที่วางเท้าคนขับเปลี่ยนใหม่เป็นเกียร์โยงตามสมัยนิยม สวิงเปลี่ยนของเดิมออกใส่เป็ฯแบบอลูมิเนียม ด้านระบบเบรคหนังตัวหนอนใช้เป็นของเดิม ส่วนด้านคาร์ลิปเปอร์เปลี่ยนใหม่เป็นของ brembo ผีเสื้อสีดำเข้ากับด้านหน้า จานดิกส์หลังเปลี่ยนใหม่เป็นแบบของแต่ง ปลายท่อเดิมๆเปลี่ยนคอท่อเป็นสแตนเลสเพื่อความสวยงามและกันสนิม สเตอร์หน้าหลังเปลี่ยนใช้เป็นแบบชุบโครเมียมโช้คหลังเปลี่ยนเป็นของ YSS สุดยอดโช้คอัพ เบาะปาดบางแนวแต่มาสมัย


วันอังคารที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2554
Blogคืออะไร
Blog คืออะไร
มารู้จักความหมาย ของประโยคคำถาม ที่มักจะมีคนถามผมบ่อย ๆ เวลาไปบรรยายตามที่ต่าง ๆ ว่า “Blog คืออะไร” กันดีกว่าครับBlog มาจากศัพท์คำว่า WeBlog บางคนอ่านคำ ๆ นี้ว่า We Blog บางคนอ่านว่า Web Log แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งสองคำบ่งบอกถึงความหมายเดียวกัน ว่านั่นคือบล็อก (Blog)
ความหมายของคำว่า Blog ก็คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้องถ่ายรูป เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจ เป็นต้น โดยจุดเด่นที่ทำให้บล็อกเป็นที่นิยมก็คือ ผู้เขียนบล็อก จะมีการแสดงความคิดเห็นของตนเอง ใส่ลงไปในบทความนั้น ๆ โดยบล็อกบางแห่ง จะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวจิตใจผู้อ่านสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะเขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันในกลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มเพื่อน ๆ หรือครอบครัวตนเอง
มีหลายครั้งที่เกิดความเข้าใจกันผิดว่า Blog เป็นได้แค่ไดอารี่ออนไลน์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไดอารี่ออนไลน์เปรียบเสมือน เนื้อหาประเ� ทหนึ่งของบล็อกเท่านั้น เพราะบล็อกมีเนื้อหาที่หลากหลายประเ� ท ตั้งแต่การบันทึกเรื่องส่วนตัวอย่างเช่นไดอารี่ หรือการบันทึกบทความที่ผู้เขียนบล็อกสนใจในด้านอื่นด้วย ที่เห็นชัดเจนคือ เนื้อหาบล็อกประเ� ท วิจารณ์การเมือง หรือการรีวิวผลิต� ัณฑ์ต่าง ๆ ที่ตัวเองเคยใช้ หรือซื้อมานั่นเอง อีกทั้งยังสามารถ แตกแขนงไปในเนื้อหาในประเ� ทต่าง ๆ อีกมากมาย ตามแต่ความถนัดของเจ้าของบล็อก ซึ่งมักจะเขียนบทความเรื่องที่ตนเองถนัด หรือสนใจเป็นต้น
จุดเด่นที่สุดของ Blog ก็คือ มันสามารถเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่อถึงความเป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ชัดเจนของบล็อกนั้น ๆ ผ่านทางระบบ comment ของบล็อกนั่นเอง
ในอดีตแรกเริ่ม คนที่เขียน Blog นั้นยังทำกันในระบบ Manual คือเขียนเว็บเองทีละหน้า แต่ในปัจจุบันนี้ มีเครื่องมือหรือซอฟท์แวร์ให้เราใช้ในการเขียน Blog ได้มากมาย เช่น WordPress, Movable Type เป็นต้น
ผู้คนหลายล้านคนจากทั่วทุกมุมโลก หันมาเขียน Blog กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่นักเรียน อาจารย์ นักเขียน ตลอดจนถึงระดับบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหุ้น NasDaq
เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา Blog เริ่มต้นมาจาก การเขียนเป็นงานอดิเรก ของกลุ่มสื่ออิสระต่าง ๆ หลาย ๆ แห่งกลายเป็นแหล่งข่าวสำคัญ ให้กับหนังสือพิมพ์หรือสำนักข่าวชั้นนำ จวบจนกระทั่งปี 2004 คนเขียน Blog ก็ได้รับการยอมรับจากสื่อและสำนักข่าวต่าง ๆ ถึงความรวดเร็วในการให้ข้อมูล ตั้งแต่เรื่องการเมือง ไปจนกระทั่ง เรื่องราวของการประชุม ระดับชาติ
และจากเหตุการณ์เหล่านี้ นับได้ว่า Blog เป็นสื่อชนิดหนึ่งที่ไม่ต่างจาก วีดีโอ , สิ่งพิมพ์ , โทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งวิทยุ เราสามารถเรียกได้ว่า Blog ได้เข้ามาเป็นสื่อชนิดใหม่ ที่สำคัญอย่างแท้จริง
สรุปให้ง่าย ๆ สั้น ๆ ก็คือ Blog คือเว็บไซต์ ที่มีรูปแบบเนื้อหา เป็นเหมือนบันทึกส่วนตัวออ นไลน์ มีส่วนของการ comments และก็จะมี link ไปยังเว็บอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
อ่านจบบทความนี้ คิดว่าหลาย ๆ ท่านน่าจะเข้าใจว่า Blog คืออะไร เพิ่มขึ้นมากแล้วนะครับ
http://keng.com/2005/09/30/what-is-blog/
วันอังคารที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2553
สวัดดีปีใหม่คับ
วันปีใหม่ในวัยรุ่น จ๊

สมัยที่ผมยังเป็นเด็กๆเรียนอยู่ ม.5.4 นั้น เวลาใกล้ถึงวันปีใหม่นั้นพวกเราจะรู้สึกว่าตื่นเต้นมาก ไอ้ที่ตื่นเต้นนั้นไม่ใช่อะไรที่ไหนหรอกครับ ตื่นเต้นเพราะว่าเราจะได้จับของขวัญวันปีใหม่กันครับ แต่การจับกันครั้งนั้นจะจับกันทั้ง ร.ร เรียนเลยครับ โดยมีการจัดงานปีใหม่ที่สนามหน้า ร.ร มีการแสดงของนักเรียนชั้นเรียนต่างๆที่ส่งมาแสดงครับ และหนึ่งในการแสดงนั้นก็มี ผมเล่นอยู่ด้วยครับนั่นก็คือลำตัด 555...พูดแล้วเขินอายเหมือนกันนะอิอิอิ...
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)